5 เคล็ดลับสำหรับผู้เริ่มต้นเล่นหุ้น

CategoriesLifestyleTagged

ปัจจุบันการหารายได้ในหลายๆ ช่องทางกำลังเป็นที่นิยมในหมู่คนวัยทำงานเป็นอย่างมากมาย สร้างรายได้ที่มากขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้ขีวิตและค่าครองชีพที่สูงขึ้นอีกด้วย ซึ่งการหารายได้นอกจากงานประจำแล้ว ช่องทางที่นิยมและสามารถทำได้ง่ายที่เราจะมาแนะนำให้กับท่านผู้อ่านในวันนี้นั้นก็คือ “การเทรดหุ้น” นั้นเองครับ “5 เคล็ดลับสำหรับผู้เริ่มต้นเล่นหุ้น” กันครับ จะมีประเด็นข้อไหนน่าสนใจบ้างนั้น เราไปศึกษาพร้อมๆ กันดีกว่าครับ

ความรู้เบื้องต้นก่อนเริ่มเทรดหุ้น

ราคาหุ้นแต่ละอันมีมากมายหลายราคา บางตัวจะมีราคาขั้นต่ำการซื้อขายแค่หลักพันบาท ขึ้นอยู่กับการเลือกเปิดบัญชี ยกตัวอย่างเช่น บัญชีเงินสด (Cash Account) จะต้องวางหลักประกัน 15% ของวงเงิน เพื่อใช้ซื้อขายหุ้น ถ้าได้รับวงเงิน 100,000 บาท ก็ต้องวางหลักประกัน 15,000 บาท ใช้หลักประกันเป็นเงินสดหรือหลักทรัพย์ ดังนั้นก่อนจะซื้อขายหุ้นต้องประเมินจำนวนเงินที่เราจะต้องการลงทุนก่อนบวกกับเงินหลักประกันนั้นเองครับ ส่วนเอกสารที่ต้องใช้เปิดบัญชีซื้อขายหุ้น ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, ใบเปลี่ยนชื่อสกุล (ถ้ามี), สำเนาบัญชีออมทรัพย์ย้อนหลัง 6 เดือน

ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแนะนำมือใหม่เปิดบัญชีเงินสด (Cash Account) หรือบัญชีแคชบาลานซ์ (Cash Balance/ Cash Deposit) ซึ่งเป็นการใช้หลักทรัพย์ หรือเงินทุนส่วนตัวของนักลงทุนมาใช้ซื้อขายหุ้น ส่วนบัญชีมาร์จิ้น (Margin Account/ Credit Balance) เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญแล้วระดับหนึ่ง เพราะใช้เงินซื้อหุ้นส่วนหนึ่งเป็นเงินกู้ โดยนักลงทุนต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มด้วย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

การเลือกโบรกเกอร์

ควรเลือกเปิดพอร์ตหุ้นกับโบรกเกอร์ที่สะดวกต่อการจัดการพอร์ตของคุณ โดยพิจารณาจากค่าธรรมเนียม และคำแนะนำต่างๆ ที่ได้จากโบรกเกอร์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน โดยตรวจสอบรายชื่อโบรกเกอร์ได้จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

5 เคล็ดลับสำหรับผู้เริ่มต้นเล่นหุ้น

●ใช้ “เงินเย็น” ในการเทรดหุ้นจะเป็นการดีที่สุด

เงินเย็น คือ เงินที่เราสามารถเสียไปโดยที่ไม่เดือดร้อน หรือพูดง่ายๆ คือ เงินที่หายไปก็ไม่เสียดายนั่นเอง เพราะการลงทุนในหุ้นนั้นมี “ความเสี่ยง” อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นถ้าหากเราเอาเงินที่เกี่ยวข้องกับการใช้ “ชีวิตประจำวันหรือเงินเก็บทั้งหมด” ลงไปเสี่ยง แบบนั้นคงไม่ดีแน่ๆ ครับ เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เงินเย็นจึงเหมาะสำหรับนำมาใช้ลงทุนมากที่สุดนั้นเองครับ

●โบรกเกอร์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

ควรเลือกเปิดพอร์ตหุ้นกับโบรกเกอร์ที่สะดวกต่อการจัดการพอร์ตของคุณ โดยพิจารณาจากค่าธรรมเนียม และคำแนะนำต่างๆ ที่ได้จากโบรกเกอร์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน โดยตรวจสอบรายชื่อโบรกเกอร์ได้จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

●จด Wishlish และรอช้อนซื้อหุ้นเหล่านั้นในช่วงที่เกิดวิกฤต

การลงทุนเรื่องหุ้นให้ได้กำไรเพิ่มต้องใจเย็นหาหุ้นที่มีอนาคตไกล จด Wishlish และรอช้อนซื้อในช่วงที่เกิดวิกฤตหรือธุรกิจประสบปัญหา เพราะเป็นช่วงเวลาที่นักเล่นหุ้นระยะสั้นส่วนใหญ่เทขายหุ้นเพื่อเลี่ยงการติดดอยและเมื่อบริษัทสามารถแก้ไขวิกฤตและผ่านพ้นไปได้ราคาหุ้นจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด 2-3 เท่าก็เป็นไปได้เช่นกันครับ เรียกได้ว่า พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

●ลงเงินทุนที่จำกัด

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ ควรเล่นหุ้นในวงเงินที่น้อยเพื่อเรียนรู้ ฝึกฝนความชำนาญ และนำเงินกำไรที่ได้มาต่อยอดในหุ้นตัวอื่นๆ และไม่ทำให้เสียหายมากเมื่อเกิดความผิดพลาดในการลงทุน และนำความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไปประยุกต์ใช้กับการซื้อหุ้นตัวอื่นๆ

●มองหาสไตล์การเทรดหุ้นในแบบของตนเอง

การเล่นหุ้น อาจจะมีหลายแบบ แต่สามารถแบ่งประเภทนักลงทุนได้ 2 สไตล์หลักๆ ได้แก่

–         สายลงทุนพื้นฐาน เป็นกลุ่มนักลงทุนที่มองระยะยาว (มากกว่า 1 ปีขึ้นไป) เมื่อจะถือหุ้นระยะยาวก็ทำให้นักลงทุนกลุ่มนี้ต้องดูที่พื้นฐานของหุ้นเป็นหลัก ถ้าไม่เรียบร้อนใช้เงิน สไตล์นี้ก็เหมาะกับคุณครับ

–         สายเก็งกำไร เป็นกลุ่มนักลงทุนที่อาจเชื่อว่า ตลาดหุ้น มีจังหวะที่ต้องเข้าซื้อ และขายออกเพื่อทำกำไร ดังนั้นจะเน้นการลงทุนระยะสั้น (น้อยกว่า 1 ปีลงมา) และจะเน้นที่การวิเคราะห์เชิงเทคนิค (Technical Analysis) โดยสายนี้จะมักให้ความสำคัญกับราคาของหุ้นนั้นๆ เป็นหลักครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “5 เคล็ดลับสำหรับผู้เริ่มต้นเล่นหุ้น” และพื้นฐานการเทรดหุ้นที่เราได้หามาฝากกันในบทความนี้ เราหวังว่าทุกๆ ท่านจะเข้าใจในเรื่องเหล่านี้มากขึ้นนะครับ สุดท้ายนี้อยากฝากเตือนให้เท่าเข้าใจว่า “ทุกการลุงทุน มีความเสี่ยง” นั้นเองครับ

About the author

Leave a Reply

Your email address will not be published.